<IMG SRC="nonflash.gif" width=239 height=155 BORDER=0>






 
 
เห็ดโคน : ผลิตผลจากการดูแลป่า
เกียรติศักดิ์ จันอิน, อนุเทพ ปาโส, ขวัญฤทัย กมลมาลย์ และเพ็ญนภา สีวันนา
กลุ่มเยาวชนเขาราวเทียนทอง
24 มิถุนายน 2549


ป่าชุมชนเขาราวเทียนทองได้อนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าหรือพืชพันธ์ผลไม้ต่างๆ สัตว์ที่อนุรักษ์มีหลายชนิด เช่น หมูป่า นกยูง กวาง ฯลฯ ส่วนพืชพันธุ์ผลไม้ก็มีอยู่หลายชนิด เช่น ผักหวานป่า กลอย ผักอีนูน และเห็ดนานาชนิด

ผลจากการดูแลรักษาป่า เห็ดโคนจึงเกิดขึ้น ชาวบ้านอนุรักษ์ ดูแล การเก็บเห็ดอย่างถูกวิธี นับวันการเจริญเติบโตของเห็ดโคนได้มีจำนวนมากตามลำดับ เพราะความสมบูรณ์ของป่ามากขึ้นนั่นเอง ชาวบ้านที่ออกหาเห็ดจะระมัดระวังในการแคะเห็ด เพราะถ้าเราแคะไปถึงจาวเห็ด จาวจะพังทำให้เห็ดไม่สามารถขึ้นได้อีก เครือข่ายป่าจึงเปิดการอบรมวิธีการหาเห็ดโคนอย่างถูกวิธี ได้รับความสนใจจากชาวบ้านมาก ทำให้ชาวบ้านรู้วิธีการหาเห็ดมากขึ้นกว่าเดิม

เห็ดโคนเป็นผลผลิตจากป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เห็ดโคนถือว่าเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อยกว่าเห็ดอื่น เห็ดโคนถือว่าเป็นเห็ดที่มีราคาแพงกว่าเห็ดชนิดอื่นๆ การเกิดของเห็ดโคน จากการสืบค้นจากผู้รู้ในเครือข่ายพบว่า มีตัวปลวกเป็นตัวนำเชื้อ ลักษณะการเกิดนั้นจะมีจาวเป็นตัวเพาะ ลักษณะนิ่มมาก อยู่ใต้ดินลงไป 5–10 นิ้ว ภายในจะเป็นโพลง บางจาวอาจเกิดรวมกลุ่มกันหลายๆ จาว เมื่อเห็ดโคนขึ้นจึงขึ้นเป็นแปลง เห็ดใช้เวลาโผล่ขึ้นพ้นผิวดินประมาณ 6–10 ชั่วโมง จากนั้นจะใช้แสงแดดอากาศและอุณหภูมิ ช่วยในการเจริญเติบโตของดอกเห็ดนั้น จากตูม เป็นบาน

เห็ดโคนจะมีการขึ้นตามฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูฝนจะขึ้นประมาณเดือนกันยายน–ธันวาคม หรือต้นฤดูหนาว เห็ดโคนจะขึ้นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 2–3 วัน เท่านั้น เห็ดโคนที่ออกต้นเดือนธันวาคมจะเป็ดเห็ดดอกใหญ่

สถานที่เห็ดโคนมักจะเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ป่าที่พบเห็ดขึ้นได้แก่ ป่าดิบชื้น ป่าเต็งรัง และในป่าเบญจพรรณที่มีความอุดมสมบูรณ์มีป่าไผ่ขึ้นอยู่ ลักษณะของดินจะเป็นดินเหนียวปนทราย เห็ดโคนที่พบในป่าชุมชนเขาราวเทียนทอง ประมาณ 4 ชนิด ได้แก่ (1) เห็ดโคนใหญ่ หรือเห็ดโคนทั่วไป ลักษณะก้านของเห็ดจะอวบเรียว ปลายแหลม ส่วนใหญ่จะพบตามป่าหัวไร่ปลายนา (2) เห็ดโคนข้าวตอก จะมีลักษณะเป็นดอกเล็กและมีขนาดยาวประมาณ 1 ซม. (3) เห็ดโคนปลวก มีดอกสีขาวก้านยาวเล็ก ดอกของเห็ดจะมีสีน้ำตาลดำ และ (4) เห็ดโคนหัวดำ จะมีขนาดเล็กกว่าเห็ดโคนใหญ่ บริเวณดอกจะมีสีดำ พบเห็นตามป่าดิบชื้น

จากภูมิปัญญาชาวบ้านพบว่า ถ้ามีนกหัวหงอกร้องหลายๆ ครั้ง ที่นั่นมักจะมีเห็ดโคนขึ้น หรือสังเกตุจากสภาวะความอบอ้าวของอากาศหลังจากที่มีฝนตกหนัก ถ้าอากาศร้อนติดต่อกันหลายวัน ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ร้อนเห็ด" และเมื่อมีเห็ดขึ้น ชาวบ้านจะละจากการงานที่เคยทำกันอยู่พากันออกหาเห็ด เนื่องจากให้ผลตอบแทนมากกว่าทำงานรายวัน 120 บาท หากมีความชำนาญในหาเห็ดจะได้วันละ 200–1,000 บาท หรือมากว่า

เวลาในการหาเห็ดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เวลากลางวัน สะดวกไม่กลัวอันตราย แต่ส่วนใหญ่นิยมออกหาตอนกลางคืน บางทีก็ออกหากันในเวลาเช้ามืดประมาณตี 3-4 โดยจะเตรียมไฟหัว (ไฟฉาย) เพื่อส่องหาเห็ด และตะกร้า สำหรับใส่เห็ดที่หาได้ เวลาส่องไฟไปกระทบเห็ด แสงสว่างจะไปสะท้อนกับดอกเห็ดที่ขึ้นซุกซ่อนตามป่า พอฟ้าสางชาวบ้านก็จะนำเห็ดที่หาได้ไปขาย บางช่วงที่เห็ดออกมาก พ่อค้าแม่ค้าจะนำชากาแฟไปบริการริมเขา ให้กับคนเก็บทั้งคืนไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยก็มี ราคาการซื้อขายของเห็ดโคน เห็ดตูม 200–250 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าเห็ดบานแล้ว ราคาจะถูกกว่า ประมาณ 50–100 บาท

เห็ดโคนที่มีรสชาติอร่อยจะได้จากบริเวณป่าดิบชื้น เห็ดโคนมีรสชาด ความหอม หวานและความอร่อยอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว เห็ดโคนจะนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ยำเห็ดโคน ต้มยำเห็ดโคน ผัดเห็ดโคนใส่น้ำมันหอย ราดหน้าเห็ดโคน หรือเพียงใส่ต้นน้ำเกลือก็อร่อยเหลือรับประทานแล้ว

ทรัพยากรธรรมชาติของบ้านเราที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ ผักป่า และเห็ดโคน เราควรช่วยกันดูแลรักษา ให้อยู่กับเราให้นานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือไม่มีชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน การที่เราช่วยกันดูแลรักษา ก็จะทำให้เรามีอาหาร มีรายได้เสริมยามที่ของป่าเหล่านี้เกิดขึ้นมา การดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด