ขอเป็น "ต้นตอ" เพื่อป่าใหญ่ในวันหน้า
เยาวชนต้นตอ
19 มิถุนายน 2551


เด็กๆ เยาวชนหลายคนกำลังใจจดใจจ่อกับการวาดภาพเพื่อบอกกล่าว เรื่องป่าเขาราวเทียนทองทุกภาพล้วนแล้วแต่เป็นทิวเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้อย่างเขียวขจี ส่วนพื้นราบเป็นที่นา สวน ไร่และหมู่บ้านที่พวกเขาได้พักพิงอาศัยอยู่กับครอบครัวนั่นเอง”

นายกฤษดา อบอุ่น ประธานกลุ่มเยาวชนเขาราวเทียนทอง อายุ 18 ปี เล่าว่า เมื่อก่อนหลังกลับจากโรงเรียนก็มาจับกลุ่มนั่งเล่นกับเพื่อนๆ ตามประสาวัยรุ่น กินเหล้า สูบบุหรี่และแต่งรถขับโชว์สาวๆ ไปวันๆ พอดีมีทางผู้ใหญ่เขามาพูดคุยด้วยแล้วชวนไปทำกิจกรรมการดูแลป่า จึงมานั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนๆหลายคนก็เห็นดีด้วยจึงชักชวนมาทำประโยชน์ให้กับชุมชนของเรา เพราะตอนเด็กๆ เราเคยมาหาของป่ากับพ่อแม่และเคยวิ่งเล่นในป่ากันอย่างสนุกสนาน

หลังจากนั้นก็มารวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเยาวชนเขาราวเทียนทองขึ้น โดยมีผู้ใหญ่สายชลเป็นคนคอยให้ความรู้และสนับสนุนกลุ่มเยาวชนมาตลอด จนได้มาเปิดเวทีพูดคุยกันขึ้นเรียกว่า "เด็กคิดได้ ผู้ใหญ่คิดดี" แล้วชวนกันมาขายชาไข่มุกเอาเงินเข้าโครงการ

เมื่อได้รับความรู้จากผู้หลักผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น กลุ่มเยาวชนจึงได้ช่วยกันทำกิจกรรมลงแปลงเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบนิเวศในผืนป่าเขาราวเทียนทอง ด้วยวิธีนำเชือกไปขึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 5 X 5 เมตร แล้วเก็บข้อมูลว่าในพื้นที่นั้นมีต้นไม้กี่ต้น ต้นอะไรบ้าง แต่ละต้นสูงกี่เมตร มีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้าง อย่างปลวก มด แมลง เก็บทุกรายการอย่างละเอียด จากนั้นทิ้งไว้เป็นปีจึงเข้าไปประเมินผลในช่วงวันเวลาที่เราไปวางแปลงครั้งแรกเพื่อให้ได้ข้อมูลจริง เก็บข้อมูลอีกครั้งจนแน่ใจว่า ความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์เปลี่ยนไปในทิศทางใด เราก็นำข้อมูลที่ได้ไปปรึกษากับผู้ใหญ่ เพื่อจะได้รู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นควรปลูกต้นไม้อะไรจึงเหมาะ เมื่อเพิ่มความหนาแน่นให้ป่าฟื้นตัวป่าก็จะปรับระบบนิเวศน์ในตัวของมันเอง เราไปซ่อมแซมส่วนที่ป่าขาดไปเท่านั้น

มาวันนี้เราได้ตั้งกลุ่มกันขึ้นมาชื่อว่า "ต้นตอ" ซึ่งมีความหมายถึง การต่อยอดจากต้นตอที่กำลังจะตายไปให้แตกหน่อกิ่งก้านสาขาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เป็นต้นตอที่ยืนด้วยตัวเอง เป็นการต่อยอดจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง จนปัจจุบันนี้เรามีเยาวชนให้ความสนใจเข้ามาเป็นสมาชิกกว่า 30 คน

กลุ่มเยาวชนเขาราวเทียนทอง เป็นการเรียนรู้เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องจากรุ่นต่อรุ่น และความตั้งใจของสมาชิกได้ก่อให้เกิดเป็นคุณค่าแห่งการเรียนรู้ ให้รู้จักกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ การเรียนจึงไม่จำกัดแต่เพียงในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างสู่นอกห้องเรียนด้วย ตั้งใจและพยายามสืบทอดต่อๆไปให้กับรุ่นน้องจากรุ่นต่อรุ่น เพราะต่อไปเราก็จะเข้าไปเรียนในเมือง หากไม่มีใครมาสานต่อจะทำให้กิจกรรมที่เราทำร่วมกันมาจะสูญป่าว

แม้เราไปทำงานในเมืองสักวันเราก็จะกลับมาบ้านอยู่ดี ก็จะภูมิใจว่าป่าผืนนี้เราก็เป็นอีกคนที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์กันมา ยิ่งจะดีใจมากกว่านี้หากได้เห็นน้องๆเยาวชนรุ่นหลังยังคงร่วมกันสานต่องานอนุรักษ์ป่าไปอีกนาน กฤาดาพูดอย่างภาคภูมิใจ

น้องเพ็ญนภา สีวันนา กลุ่มเยาวชนเขาราวเทียนทอง บอกว่า ได้เข้ามาเป็นกลุ่มเยาวชนเขาราวเทียนทองเมื่อปีที่ผ่านมานี้เอง โดยมีรุ่นพี่เข้ามาพูดคุยกับเราเรื่องการอนุรักษ์ป่าจึงสนใจ ช่วงมีเวลาว่างไม่รู้จะทำอะไร สู้เอาเวลามาทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชนดีกว่า

ในช่วงที่มีกิจกรรมเราก็เข้ามาร่วมทำกิจกรรมด้วย โดยให้เด็กๆ ในโรงเรียนทุกแห่งรอบๆป่า เพื่อสร้างกลุ่มเยาวชนให้รู้จักรักที่จะหวงแหนทรัพยากรทางธรรมชาติของบ้านเรา ปลูกจิตสำนึก เสริมพลังสร้างปัญญาต่างๆ ให้ได้เรียนรู้

เด็กโต ๆ กลุ่มหนึ่งพาผู้เขียนเดินในป่าและบอกว่า ในป่าร่มรื่นกว่าข้างนอกพวกเราชอบป่า การมีป่าทำให้พ่อแม่หาอาหารให้เราได้กิน ส่วนพวกเราก็จะเป็นต้นตอที่จะช่วยทำให้ป่าเขาราวเทียนทองมีต้นไม้ มีสัตว์ป่าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผลิดอกออกผลเพื่อคนรุ่นต่อไปได้มาสานต่อ