ประสบการณ์ดูงานปราชญ์อีสาน
สายรุ้ง ฤทธิ์ทัพ
สมาชิก อบต. ม.3 ต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท
9 กรกฎาคม 2549



การศึกษาดูงานผมว่าเราควรศึกษาปรัชญาแนวคิดมากกว่าดูวิธีการหรือความรู้ เพราะว่าในแต่ละทีไม่เหมือนกัน เมื่อเราไปศึกษาดูงานมาแล้ว ต้องนำมาประยุกต์ทั้งที่เกี่ยวข้องกับป่าโดยตรง หรืออาชีพก็ตาม ผมนำเรื่องการเลี้ยงปลาของพ่อเชียงมาประยุกต์ใช้ นำการปลูกผักสวนครัวของครูบาสุทธินันท์มาประยุกต์เป็นสวนผักปราณีตใช้ เราต้องปรับปรุงศึกษาเพิ่มเติมเอา อันไหนที่ปลูกได้ก็ปลูก ที่ปลูกไม่ได้ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติม

หลังจากที่ผมไปดูงานมาเมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2548 ตอนนี้เริ่มออกดอกออกผล ตอนนี้มีอาหารด้านสัตว์ เนื้อสัตว์ เลี้ยงปลา มีพืชมีผักไว้ใช้ในครัวเรือน ในช่วงเย็นหลังโรงเรียนเลิกจะพาลูกสองคนมาช่วยกันดูแลต้นไม้ รดน้ำผัก เก็บผัก เพื่อไปประกอบอาหาร ผมคิดว่ามันช่วยเติมเต็มได้ ผักจะใช้น้ำหมักชีวภาพ เราทำเอง บริโภคเอง ไม่ต้องเกรงว่าจะมีพิษมีภัย

ผมคิดว่าเราต้องเก็บเล็กประสบน้อย เอามาปรับปรุงที่บ้านเรา ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ต้องค้นคว้าเพิ่มเติ่มไปเรื่อยให้เหมาะกับสภาพของเรา เช่น ปราชญ์บางท่านถนัดเรื่องป่าไม้เราก็เก็บข้อดีข้อเสียมา พ่อคำเดืองท่านมีความชำนาญเรื่องปลูกป่า เลี้ยงปลา ก็เก็บเกร็ดความรู้มาพัฒนาที่บ้าน พืชตัวไหนปลูกแล้วไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ อันไหนปลูกใกล้น้ำเติบโตดี อันไหนปลูกไม่ได้ เราก็ต้องปรับปรุงไปทีละขั้นตอน ขณะที่พ่อมหาอยู่ผมประทับใจคือท่านพึ่งตนเองได้อย่างถาวร ขนาดลูกรับราชการอยู่ยังออกมาดำเนินรอยตาม ตรงนี้เราต้องศึกษาว่าทำไม


ครูบาคำเดื่อง ภาษี

ณ บ้านโนนเขวา ต.หัวฝาย กิ่งอ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ชีวิตของพ่อคำเดื่องในอดีตมีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว จนอบายมุขเข้าครอบงำ ทั้งดื่มเหล้า สูบบุหรี่เพื่อปลดทุกข์ แต่พบว่าตอนเมาเหล้าก็ช่วยให้ลืมเรื่องหนี้สินได้บ้าง แต่พอสร่างเมาหนี้สินก็กลับมาเหมือนดินเป็นชีวิตที่ไม่มีทางออก หลังจากได้รับความช่วยเหลือเรื่องแนวคิดทางศาสนาจากน้องสาว ทำให้พ่อคำเดื่องคิดลดละเลิก ปัจจุบันได้สร้างที่นาของตนเองให้เป็นเมืองที่ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยศัตรู โดยปลูกแนวไผ่เป็นรั้วรอบ ถัดมาเป็นร่องน้ำเลี้ยงปลา บนริมสระปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น เช่น มะม่วง กะท้อน มะพร้าว ยางนา ตะเคียนทอง ทำเกษตรกรรมธรรมชาติ จนปี 2531 ฟูกูโอกะ จากประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางมาเยี่ยมและในปีเดียวกันมูลนิธิโกมล คีมทอง ได้พามาทำสารคดี จึงเป็นที่รู้จักของคนมากมาย


ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

ณ บ้านปากช่อง ต.สนามชัย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ สภาพพื้นที่ของครูบาสุทธินันท์ เป็นพื้นที่ดินเลวน้ำแล้งกว่า 700 ไร่ โดยทดลองปลูกยูคาลิปตัส 150,000 ต้น ระหว่างรอต้นไม้โตได้ปลูกพืชไร่จำพวกข้างฟ่าง ข้าวโพด มันสำปะหลัง หญ้าเลี้ยงสัตว์ ระหว่างแถวต้นไม้ พร้อมทำปศุสัตว์ควบคู่ โดยเลี้ยงโคเนื้อ แพะ แกะ ไก่บ้าน ไก่ต๊อก ไก่งวง ไก่แจ้ สุกรพื้นเมือง ฯลฯ จากสภาพดินเลวน้ำแล้งป่าหมดกลายเป็นดินดำน้ำชุ่ม ป่าอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม้ยูคาที่ปลูกนำมาแปรรูปส่งออก ซึ่งตลอดชีวิตของครูบาสุทธินันท์เต็มไปด้วยหัวใจของการเรียนรู้ เริ่มจากคนป่า เรียนรู้จนเป็นคนรักป่า คนปลูกป่า คนสร้างเครือข่ายปลูกป่า


พ่อเชียง ไทยดี

ณ บ้านยางอนันต์ ต.บ้านยาง อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ บนเนื้อที่การเกษตร 7 ไร่ 3 งาน พ่อเชียงได้เริ่มทดลองขุดบ่อเพื่อออมน้ำ โดยการขุดดินทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง ตอนเช้า 25 หาบ เย็น 25 หาก ขุดดินปั้นบ่ออยู่นานถึง 14 ปี ได้บ่อน้ำ 12 บ่อ ไว้ทำการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เริ่มปลูกต้นมะพร้าว ต้นไม้หลากหลายชีวิต การเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง จนชีวิตมีทุกอย่าง พึ่งตนเองได้


พ่อมหาอยู่ สุนทรธัย

ณ บ้านตะแบก ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ความสำเร็จของพ่อมหาอยู่อาศัยหลักการพึ่งตนเองดังนี้
1. ต้องศรัทธาในแนวคิดการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง เช่น จะปลูกพืชอะไร ต้องเตรียมดิน จะกินอะไร ต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาการ ต้องเตรียมประชาชน จะพัฒนาคน ต้องเตรียมที่จิตใจ และจะพัฒนาใครเขา ต้องเตรียมที่ตัวเราก่อน
2. ต้องออมน้ำ ออมดิน ออมต้นไม้ใหญ่ ออมเงิน และสั่งสมภูมิปัญญาในการแก้ปัญหา ที่บ้านพ่อมหาอยู่ขุดสระเก็บน้ำ ปลูกต้นไม้ริมคันสระ ผลไม้ที่ได้นำไปขาย
3. ต้องผสมผสานด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งช่วยลดรายจ่ายด้านอาหารการกินลงได้อย่างชัดเจน การมีต้นไม้หลากหลายทำให้มีแมลงที่หลากหลาย และควบคุมกันเองทำให้เกิดห่วงโซ่อาหาร