ช่วยกันปลูกป่าและดูแลรักษาป่า
ผู้ใหญ่บุญธรรม ศรีเดช
ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.สุขเดือนห้า กิ่งอ.เนินขาม จ.ชัยนาท



ป่าเกิดจากต้นไม้หลายต้น หลายพันธุ์ นานับชนิดมารวมกัน เรียกกันว่า "ป่า" นับย้อนอดีตไปเมื่อ 50-60 ปีก่อนโน้น ป่ายังอุดมสมบูรณ์ดี ปัจจุบันนี้ป่าไม่มีมากนักเพราะเหตุว่า คนเราชอบตัดไม้ทำลายป่า บุกเบิกออกทำมาหากิน เอาที่ดินมาทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ป่าก็เลยหมดไป เสียดายเราไม่สงวนป่ากันอย่างจริงจัง คงจะให้ป่ากลับมามีสภาพเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว พื้นที่ป่ามีน้อย ประชากรของประเทศเพิ่มขึ้นทุกวัน บางแห่งป่าก็เลยไม่เหลือ ต้องขยายที่ทำกิน สร้างบ้านสร้างเมือง เราก็ต้องมาปลูกป่ากันอีกจะนานเท่าไร แต่ถ้าเรารักป่าช่วยกันปลูกป่าอีกไม่นานเมืองไทยก็คงมีป่าอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาอีก ช่วยกันปลูกป่าช่วยกันปลูกฝังค่านิยมให้ลูกหลานเยาวชนของเรารักป่า รักษาป่า และปลูกป่าพร้อมช่วยกันดูแลด้วย ถ้าคนไทยทั่วประเทศช่วยกันปลูกป่า กล้าไม้คนละหนึ่งต้นต่อปีและดูแลให้มีไม้ก็จะโตเร็วและใหญ่เป็นสีเขียวไปหมดทั่วประเทศไทยเราต่อไป

เมื่อก่อนนี้ต้นไม้ในป่าเมืองไทยเรามีหลายสายพันธุ์ พวกไม้เนื้อแข็งก็ใช้ทำประโยชน์ปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัย เช่น ไม้ประดู่ มะค่า ตะเคียน เต็ง เต็งรัง แดง มะค่าแต้ เป็นต้น ส่วนไม้สักนั้นตามป่าขององค์การป่าไม้ของเราก็ปลูกไว้มีอยู่ทั่วไปทางภาคเหนือ แต่ไม้สักตามป่าใหญ่ไม้ธรรมชาติคงไม่มีให้เห็นแล้ว ไม่มีคุณค่าต่อดินฟ้าอากาศ ไม้เป็นต้นน้ำลำธาร ทำให้พื้นดิน อุดมสมบูรณ์ ไม้ให้ที่อยู่อาศัย ไม้เป็นสมุนไพรรักษาโรค ไม้ช่วยยึดพื้นดินไว้ ไม้ให้สีย้อมผ้าแก่เรา ไม้มีคุณค่าทางนิเวศวิทยา ไม้หรือป่าไม้ยังอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าไว้อีกด้วย ฉะนั้นเราคนไทยต้องใส่ใจดูแลป่า ปลูกป่าเพิ่มเติมเป็นป่าชุมชน ให้คนได้อาศัย เมื่อมีป่าไม้อย่างเมื่อก่อน น้ำคงไม่ท่วมบ้านเมืองเราเหมือนทุกวันนี้

กระผมเองก็อายุ 60 ปีแล้ว ก็ยังรักป่าและยังปลูกป่าหัวไร่ปลายนาอยู่เสมอ แม้ว่าประโยชน์ของป่าเป็นที่น่าห่วงแหน แต่คนรุ่นกระผมถ้าปลูกต้นไม้ไว้ก็คงจะไม่ได้ใช้แล้ว ปล่อยมันเถอะครับชั่วลูกชั่วหลาน ต้นไม้เล็กๆ ที่เราปลูกก็เติบโตไปเรื่อย ไม่หยุด ไม่บ่น ลูกหลานเราเขาต้องได้ใช้ประโยชน์จากป่าแน่นอน แต่ต้องไม่ลืมให้ลูกหลานเราช่วยกันอนุรักษ์ป่าด้วยนะครับ และในที่สุดเมื่อทุกคนช่วยกันปลูกป่า ไม่ตัดไม้ทำลายป่าโดยไม่จำเป็นช่วยกันอนุรักษ์ ถ้าละแวกบ้านท่านถ้ามีป่าข้างบ้านก็ควรทำป่าชุมชนเหมือนที่บ้านเขาราวเทียนทองของผู้ใหญ่สายชลได้ทำป่าชุมชนประมาณพันไร่ ป่าก็จะยั่งยืนชุมชนเข้มแข็ง ชาติบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข ทุกคนมีงานทำ เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ ชาติบ้านเมืองเจริญต่อไป เพราะทุกคนช่วยกันปลูกป่า


***จากหนังสือ 4 ปีเวทีธุรกิจชุมชน เครือข่ายชุมชนชาวชัยนาทและเพื่อน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2545